The Recommended : แนะนำบทความที่น่าสนใจ
 ขายตัว-ติดยา-ติดเอดส์ ''ทุกข์'' เด็กไทย ''เสพติดบริโภคนิยม''  "เอลมา ฟาร์นสเวิร์ธ" ผู้หญิงคนแรกบนจอโทรทัศน์  รักยิ่งใหญ่จากหัวใจดวงน้อยของ "หนีตงเยี่ยน"  "ชุลมุนหน้าหลุมฝังศพ" !?

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นครับ

คุณยังไม่ได้ Login เข้ามานะครับ

ฮีโร่ไทย ที่ไม่มีวันตาย

คมชัดลึก

ในหนังประเภทแอ็คชั่นฮีโร่ เรื่องราวส่วนใหญ่มักจะเล่าถึงวีรกรรมที่ตัวละครเอก ได้ฝ่าภยันตรายกอบกู้สถานการณ์อันเลวร้ายได้ลุล่วง ขจัดคนพาลอภิบาลคนดี กลายเป็นวีรบุรุษ-วีรสตรีในท้ายที่สุด.และเสน่ห์ที่ทำให้คนดูหลงใหลได้ปลื้มไปกับหนังแนวนี้เห็นจะเป็นความรู้สึกใกล้ชิด ผูกพันกับฮีโร่ของพวกเขา ในฐานะบุคคลธรรมดาสามัญที่จับต้องได้.

อันหมายความถึงว่า ฮีโร่เหล่านี้ เป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนเฉกเช่นคนอื่นๆ ไม่ได้มีความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์ใดๆ รู้ร้อนรู้หนาว รู้รักรู้เจ็บ หาใช่ยอดมนุษย์ประเภทเหาะเหินเดินอากาศ ยิงไม่เข้า ฟันไม่ออก ได้ไม่?.ซึ่งถ้าฮอลลีวู้ด มียอดสายลับเจมส์บอนด์ 007 (สร้างมาแล้ว 20 ภาค).มีจ่าจอห์น แมคเคลน จอมบ้าดีเดือดในดายฮาร์ด (สร้างมาแล้ว 3 ภาค).

 

แล้วทำไม เมืองไทยเราจะมีจ่าดับ จำเปาะ บ้างไม่ได้?.และคุณผู้อ่านเชื่อมั้ยล่ะครับว่า จ่าดับนี่แหละ คือตัวละครแอ็คชั่นฮีโร่แบบไทยๆ ที่ถูกนำมาสร้างเป็นหนังต่อเนื่องยาวนานมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (หนังไทย) เลยทีเดียว!!!

เกือบ 50 ปีมาแล้ว ที่ตัวละครเข้าขั้นคลาสสิกอย่างจ่าดับ ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกภาพยนตร์(ไทย) ด้วยการรังสรรค์ปั้นแต่งจากปลายปากกาของบุคคลที่ได้ชื่อว่า "บรมครูแห่งวงการหนังไทย" ผู้ล่วงลับ อย่าง ป๋า ส.อาสนจินดา และหากไล่เรียงถึงความเป็นมาของจ่าดับ จำเปาะ แล้วล่ะก็ คงต้องย้อนกลับไปไกลถึง พ.ศ. 2500 โน่นเลยทีเดียว สำหรับการปรากฏโฉมครั้งแรกในหนัง 1 ต่อ 7.ชื่อของจ่าดับ จำเปาะและผองเพื่อน ไม่ว่าจะเป็น หมัด เชิงมวย, ตังกวย แซ่ลี้, อัคคี เมฆยันต์, ดั่น มหิธา, กล้า ตะลุมพุก, จุก เบี้ยวสกุล ก็กลายเป็นวีรบุรุษของคนไทย (เฉพาะในหนัง)และเป็นตัวละครที่ ป๋า ส. รักมากที่สุด นับจากนั้นมา.

 

ด้วยความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ จึงมีการสร้างภาคต่อตามมาอีกเรื่อยๆ ร่วมสิบตอน เรียกได้ว่าหลังจาก พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา เรื่องราวการผจญภัยของจ่าดับและผองเพื่อน ก็จะออกมาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์ให้คอหนังได้สนุกสนานเฮฮากันเกือบจะทุกๆ ปี ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนชื่อหนังไปในแต่ละภาค แต่ละตัวละครยังคงเป็นจ่าดับคนเดิม และอาจจะมีบ้างที่ในบางภาคบางตอน ผองเพื่อนบางคนอาจจะหายไป แต่ตัวละครจ่าดับนั้นยังคงอยู่

อาทิ นักเลงเดี่ยว (พ.ศ. 2501), 7 แหลก, 12 มือปืน (ภาคนี้ มีแค่ จ่าดับ, ตังกวย, ดั่น - พ.ศ. 2502), 7 ประจัญบาน (พ.ศ. 2506), ครุฑเพชร (ภาคนี้ เป็นการรวมฮีโร่ระดับคลาสสิกในนวนิยายไทยหลายคนมาไว้รวมกัน ไม่ว่าจะเป็นชีพ ชูชัย จากเล็บครุฑของพนมเทียน, เหยี่ยวราตรีของ ส.เนาวราช และที่ขาดไม่ได้ ก็คือ จ่าดับ จำเปาะ - พ.ศ. 2508), ชุมทางหาดใหญ่ (พ.ศ. 2509), 1 ต่อ 7 ประจัญบาน (พ.ศ. 2510), หาดใหญ่ใจต้องสู้ (พ.ศ. 2511), 1 ต่อ 7 (นำกลับมาสร้างใหม่ - พ.ศ. 2524)

 

มีข้อสังเกตที่น่าสนใจก็คือ 1 ต่อ 7 หรือ 7 ประจัญบานแทบทุกภาค ตัวละครอย่างจ่าดับ จำเปาะ นั้น รับบทโดย ส.อาสนจินดา ซึ่งตัวท่านเองก็รับหน้าที่กำกับพร้อมกันไปด้วย ยกเว้นครุฑเพชร ที่กำกับโดย ครูเนรมิต และ 1 ต่อ 7 ฉบับสร้างใหม่ พ.ศ. 2524 ที่บทของจ่าดับ จำเปาะ ตกเป็นของทักษิณ แจ่มผล แต่ป๋า ส. ยังคงรับหน้าที่กำกับเช่นเคย และที่สำคัญ เนื้อหาเรื่องราวในแต่ละภาค มักหยิบนำเอาเรื่องของสถานการณ์ปัจจุบันในยุคสมัยนั้น มาถ่ายทอดไว้ในหนังด้วยความเข้มข้นจริงจัง ในลีลาบู๊แอ็คชั่นสะใจ

ครั้นกาลเวลาผ่านล่วงมากว่า 20 ปี ในพ.ศ. 2545 และ พ.ศ. 2548 ตามลำดับ จ่าดับ จำเปาะและผองเพื่อน ก็ถูกชุบชีวิต กลับฟื้นคืนมาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์อีกครั้ง ในชื่อ "7 ประจัญบาน" (ภาค 1 และ 2).แน่นอนว่า ครั้งนี้ไร้ซึ่งบรมครู ส.อาสนจินดา ผู้ล่วงลับไปแล้ว แต่ตัวละครจ่าดับและผองเพื่อน ยังคงปฏิบัติภารกิจรับใช้มวลชน ในฐานะวีรบุรุษกู้ชาติ ที่แม้ลีลาจะออกแนวตลกโปกฮามากไปกว่าเดิมบ้างก็ตาม แต่หน้าที่สำคัญในฐานะตัวละครที่สร้างความรื่นรมย์ให้กับคนดูหนังไทยของพวกเขา กลับมิได้ขาดตกบกพร่องไปแม้แต่น้อย

การแสดงความคารวะต่อบรมครูหนังไทย ของผู้สร้างและทีมงานไปจนถึงนักแสดง ยังคงปรากฏให้เห็นในหนังตั้งแต่ภาพแรกที่ฉายบนจอ เรื่อยไล่ไปถึงเรื่องราวในหนัง กับวีรกรรมกู้ชาติบ้านเมืองหลายครั้งหลายครา อันเป็นคุณูปการที่บรมครูหนังไทยทิ้งไว้ให้ลูกหลาน ได้เก็บเกี่ยวตำนานวีรบุรุษให้คงอยู่ไว้

 

คุณค่าของหนังบางเรื่องอาจจะไม่ได้อยู่ที่ปรัชญาสาระ ซึ่งแฝงไว้ให้ขบคิดเพื่อเพิ่มพุทธิปัญญาแก่คนดูเท่านั้น.หากแต่การดำรงไว้ซึ่งรากเหง้า ให้ได้ย้อนกลับไปสำรวจที่มาที่ไปของขนบหนังไทยที่บรรพชนคนรุ่นก่อนสร้างเอาไว้ ในฐานะที่หนังก็เป็นหนึ่งในหลักฐานทางวัฒนธรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของคนในชาติแต่ละช่วงกาลสมัย ที่หยิบมาศึกษาได้เรื่อยไปไม่รู้จบ.

นี่ยังไม่นับรวมอรรถรสจากความบันเทิงอันเป็นหัวใจสำคัญของคนทำหนัง ที่หวังปลุกเร้า ปลอบประโลมใจในยามที่คนไทยหวาดระแวง สิ้นหวัง เมื่อบ้านเมืองตกอยู่ในสถานการณ์ร้ายระส่ำ จากภัยรายวัน ที่เห็นกันตามหน้าหนังสือพิมพ์ทุกเมื่อเชื่อวัน.หากคิดว่าสวัสดิภาพในชีวิตกำลังสั่นคลอน และหวังอะไรไม่ได้จากผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ สิ่งเดียวที่พอจะทำให้ชื่นมื่นหัวใจได้บ้าง ก็คงจะมาจากฮีโร่อย่างพวกพี่ๆ เขานี่แหละครับ ถึงแม้จะอยู่ในหนังก็เถอะ

 

 



คิดทุกคำที่พูด แต่อย่าพูดทุกคำที่คิด
โหวตให้คะแนนกระทู้ที่2633     [ ตอบ: 46 ]  [ อ่าน: 2521 ]  [ โหวต: 5 ]  [ Fwd: 0 ]   แจ้งลบกระทู้ที่ 2633  เก็บกระทู้ที่ 2633 ไว้ใน Favorite  แนะนำกระทู้ที่ 2633 ให้เพื่อนของคุณ พิมพ์กระทู้ที่ 2633
  
โดยคุณ นายยะ Mail to นายยะ  [ 29 เม.ย. 2548 - 08:29:23 ]




Error4