The Recommended : แนะนำบทความที่น่าสนใจ
 ขายตัว-ติดยา-ติดเอดส์ ''ทุกข์'' เด็กไทย ''เสพติดบริโภคนิยม''  "เอลมา ฟาร์นสเวิร์ธ" ผู้หญิงคนแรกบนจอโทรทัศน์  รักยิ่งใหญ่จากหัวใจดวงน้อยของ "หนีตงเยี่ยน"  "ชุลมุนหน้าหลุมฝังศพ" !?

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นครับ

คุณยังไม่ได้ Login เข้ามานะครับ

"มหัศจรรย์ผจญภัยเจ้าชายหอย" สังข์ทองยุคใหม่



คมชัดลึก

ไม่เพียงวรรณคดีไทยเรื่อง "สังข์ทอง" จะให้ข้อคิดคติสอนใจจาก "รูปสุวรรณชั้นใน" อย่างไม่มีล้าสมัยว่าอย่าตัดสินคนแต่เพียงภายนอกเท่านั้น หากตำนานนิทานไทยเรื่องนี้ยังสามารถ "เปลือย" สภาพสังคมปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ จากการตีความครั้งใหม่ของ ดังกมล ณ ป้อมเพชร ในละครเวทีเรื่อง "มหัศจรรย์ผจญภัยเจ้าชายหอย" การเดินทางครั้งใหม่ของเจ้าชาย "สังข์ทอง" ท่ามกลางกาลสมัยที่เรียกขานกันว่าเป็น ยุคป๊อป คัลเจอร์ (Pop Culture)

ละครเวทีเรื่องดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการวิจัย "เรื่องเก่าเล่าใหม่" ของภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬงลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยร่วมกับสำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดแสดงรอบสื่อมวลชนไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ อาคารมนูญผล 3 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยมีนักแสดงอย่าง รัดเกล้า อามระดิษ ตรีดาว อภัยวงศ์ กิติพัทธ์ ชลารักษ์ รวมทั้งดาวรุ่นใหม่ อาทิ สธน ตันตราภรณ์ กรวินธ์ ภู่ภักดี เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราว

ม่านละครเวทีเปิดโฉมขึ้น เมื่อ "สังข์" เด็กประหลาดที่เกิดมาพร้อมหอยสังข์ ได้โผล่พ้นจากเปลือกหอยที่เขาอาศัยอยู่แล้วบังเอิญได้ยินผู้เป็นแม่บ่นตัดพ้อชะตาชีวิตอันอาภัพ โดยมีเขาเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เธอโดนสามีตะเพิด สร้างความน้อยใจให้สังข์อย่างยิ่ง หนุ่มน้อยจึงลาจากแม่ไปหาพ่อ แต่ก็โดนภรรยาใหม่ของพ่อล่อลวงไปถ่วงน้ำ โชคยังดีที่ชาวเพศที่สามของเขตปกครองพิเศษช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ทั้ง "พันธุรัต" ผู้นำเมืองยังใจดีเอ็นดูรับเลี้ยงเขาเหมือนลูก

 

ทว่าวันหนึ่ง สังข์ได้รู้ความจริงว่าผู้คนในเขตนี้เป็นชนเผ่าที่ไม่เหมือนคนทั่วไป เขาจึงเตลิดหนีโดยสวมชุดเงาะป่า กระทั่งไปพบมิตรภาพกับแก๊งใต้ดินของเด็กไร้บ้านโดยมีหัวหน้าชื่อ "ภุชงค์" ก่อนจะพลัดหลงเข้าไปในเมืองของท้าวสามนต์ ที่กำลังจัดงาน "พระธิดาเอื้ออาทร" เพื่อเลือกคู่การกุศลให้ธิดาทั้งเจ็ด สังข์ต้องตกกระไดพลอยโจนไปเป็นหนึ่งในตัวเลือก ท่ามกลางเจ้าชายผู้มั่งคั่งหล่อเหลาจากแคว้นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าชาย "ฮาว คัม" เจ้าชาย "เจป๊อป" เจ้าชาย "บอยแบนด์" ฯลฯ โดยสังข์ถูกตั้งข้อรังเกียจอย่างเปิดเผย เพราะความที่รูปชั่วตัวดำ ไม่มีทรัพย์สินติดตัวในคราบของเงาะป่า มีเพียง "รจนา" ธิดาคนสุดท้อง ที่พูดคุยจนเห็นอกเห็นใจสังข์ และเลือกเขาเป็นคู่ครอง

เรื่องราวดำเนินไปเหมือนเช่นในวรรณคดี เพียงแต่ทุกฉากตอนล้วนมีความหมายเสียดสีสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเฉือนจมูกของเจ้าชายทั้งหกองค์ เพื่อแลกกับปลาที่สังข์ใช้ของวิเศษของพันธุรัตอย่าง "เครดิตการ์ด" ไปกว้านซื้อมาไว้ทั้งหมด รวมทั้งธาตุแท้ของมนุษย์เช่นท้าวสามนต์ที่ปฏิบัติกับสังข์ต่างกันราวฟ้ากับเหว ทันทีที่สังข์ถอดหน้ากากเงาะป่า และปรากฏกายในชุดเจ้าชายผิวสีทองคำผู้งามสง่า แต่สังข์ก็ได้พบความจริงในท้ายที่สุดว่า ใครคือผู้ที่จริงใจกับเขาอย่างจริงแท้

 

ผู้เขียนบทและกำกับการแสดงอย่างดังกมล เผยว่า ด้วยความที่ประทับใจนิทานและวรรณคดีไทยมาตั้งแต่เด็ก เพราะไม่เพียงเรื่องราวแบบไทยๆ จะทั้งสนุก และมีความป็นแฟนตาซีมาก หากแต่ก็มีความเป็นชีวิตคนไทยมากเช่นเดียวกัน เขาจึงหยิบยกวรรณคดีเรื่อง "สังข์ทอง" มามองมุมใหม่ ให้สามารถสะท้อนสังคมได้อย่างร่วมสมัย

"ผมเชื่อในความคิดหลักของเรื่องที่ว่า รูปสุวรรณอยู่ชั้นใน แต่โลกเราในปัจจุบันกลับบูชารูปลักษณ์ภายนอกกันอย่างสุดโต่ง ใครๆ ก็อยากหน้าตาดีจะได้ดังเร็ว รวยเร็ว ใครพรีเซ้นส์ตัวเองดีก็ดูน่าเชื่อถือ ใครหน้าแย่ คิดต่างจากคนอื่น จะถูกมองเป็นตัวประหลาด ถูกหัวเราะเยาะ รังเกียจ หรือถูกทำเป็นลืมไปว่ามีตัวตน เหมือนเจ้าเงาะที่หน้าตาประหลาด หรือเด็กหอยสังข์ที่เกิดมาพิการก็ถูกตัดสินว่ากาลีเมือง เหมือนนางพันธุรัตและพวกยักษ์ที่เกิดมาผิดธรรมชาติมนุษย์ก็เลยถูกเหมาเอาว่าคงใจพาลสันดานหยาบ ซึ่งพระสังข์เขาก็แค่อยากมีคนที่รักเขาจริงๆ แต่เพราะสังคมป๊อป คัลเจอร์ ที่สนใจแต่รูปลักษณ์ที่สวยงาม ทำให้พระสังข์สับสนไขว้เขวไปหมดคิดว่าที่ทุกคนรักเขาก็เพราะรูปสุวรรณที่ชั้นนอก" ผู้กำกับเล่ามุมมอง

 

ดังกมลยังบอกด้วยว่า ขณะที่เขียนบทเขาได้ใช้เวลาเก็บข้อมูลนานถึงหกเดือน พร้อมทั้งปรึกษานักแสดง อาจารย์ละคร อาจารย์ภาษาไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ กว่าจะสำเร็จเป็นรูปร่างก็ต้องแก้บทไปถึง 9 ครั้ง โดยเขายืนยันว่า นี่คือการนำวรรณคดีไทยมาเล่าใหม่ ไม่ใช่เอามา "ยำ" จนผิดเพี้ยน

"บางท่านอาจไม่ชอบใจก็ได้ที่นำวรรณคดีไทยมาแต่งเป็นละครฝรั่ง แต่บางท่านอาจจะรู้สึกว่าละครยังดำเนินตามขนบไทยๆ อยู่ คือมีเพลง มีดนตรี มีลีลา บางคนอาจรู้สึกว่าละครเรื่องนี้ "แรง" เกินไปก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คือหวังว่าอย่างน้อยเราก็ได้หวนกลับไปดูวรรณคดีไทยหรือนิทานเก่าๆ ของเราว่าแท้จริงแล้วเขาพูดว่าอย่างไรกับเรา เขาสะท้อนความจริงอะไรในสังคมปัจจุบันบ้าง ไม่ใช่เพียงแค่มองผ่านๆ แล้วก็เก็บขึ้นหิ้ง หรือท่องเป็นอาขยานปาวๆ ในห้องเรียนแล้วก็ลืมไป" เขากล่าวทิ้งท้าย

การค้นหารูปทองผ่องอำไพในตัวตนของคนเรา จะเป็นไปอย่างยากเย็นเพียงใด พบคำตอบได้จนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ ที่อาคารมนูญผล 3 เฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ บัตรราคา 300 บาท นักเรียนนักศึกษา 200 บาท สอบถามรายละเอียดรอบการแสดงได้ที่โทร. 0-2218-4802

 



คิดทุกคำที่พูด แต่อย่าพูดทุกคำที่คิด
โหวตให้คะแนนกระทู้ที่2337     [ ตอบ: 37 ]  [ อ่าน: 2277 ]  [ โหวต: 1 ]  [ Fwd: 0 ]   แจ้งลบกระทู้ที่ 2337  เก็บกระทู้ที่ 2337 ไว้ใน Favorite  แนะนำกระทู้ที่ 2337 ให้เพื่อนของคุณ พิมพ์กระทู้ที่ 2337
  
โดยคุณ นายยะ Mail to นายยะ  [ 25 ม.ค. 2548 - 08:15:01 ]




Error4